เมื่อพูดถึงหนังมังกรในตำนาน หลายคนคงนึกถึง 'เอรากอน กำเนิดนักรบมังกรกู้แผ่นดิน' (Eragon) ที่สร้างจากนิยายขายดีของ Christopher Paolini แต่หลังจากผ่านไปเกือบสองทศวรรษ หนังเรื่องนี้กลับถูกจดจำในฐานะ 'แฟนตาซีที่พลาดโอกาส' มากกว่ามหากาพย์ที่ควรค่าแก่การจดจำ กองบรรณาธิการของเราจึงขอพาย้อนรอยดูว่าอะไรทำให้ 'เอรากอน' บินไม่สูงอย่างที่หวัง
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
ในดินแดนอาลาเกเซีย (Alagaesia) เด็กหนุ่มชาวนาชื่อ เอรากอน (Ed Speleers) พบไข่มังกรลึกลับระหว่างล่าสัตว์ ซึ่งนำไปสู่การฟักตัวของมังกรสาวชื่อ ซาไฟร่า (Saphira) การค้นพบนี้ทำให้เอรากอนตกเป็นเป้าหมายของกษัตริย์กาแบโทริกซ์ (John Malkovich) ผู้ชั่วร้ายที่ต้องการควบคุมมังกรทั้งหมด เขาจึงต้องหนีไปพร้อมกับบรอม (Jeremy Irons) อดีตอัศวินมังกร เพื่อฝึกฝนและเรียนรู้ชะตากรรมของตนเอง ระหว่างทางเขาได้พบกับอารยา (Sienna Guillory) เอลฟ์สาว และมอร์แท็ก (Garrett Hedlund) นักรบปริศนา ก่อนจะเผชิญหน้ากับเดิร์ซา (Robert Carlyle) ชายผู้รับใช้กาแบโทริกซ์
งานการแสดงและตัวละคร
จุดที่หลายคนจับตามากที่สุดคือการแสดงของ Ed Speleers ในบทนำ ซึ่งในขณะนั้นเป็นนักแสดงหน้าใหม่ เขาทำได้ดีพอควรในการถ่ายทอดความกลัวและความมุ่งมั่นของเด็กหนุ่มที่ต้องแบกภาระหนัก แต่ยังขาดเสน่ห์และพลังที่ทำให้ผู้ชมคล้อยตาม Jeremy Irons ในบทบรอมคือความหวังเดียวของหนัง ด้วยน้ำเสียงและการแสดงที่แข็งแกร่ง เขาช่วยยกระดับทุกฉากที่ปรากฏตัว ส่วน Sienna Guillory ในบทอารยาก็สวยสง่าแต่บทบาทน้อยเกินไป ขณะที่ John Malkovich รับบทกษัตริย์ชั่วร้ายได้น่าผิดหวัง เพราะดูไม่น่ากลัวเท่าที่ควร Robert Carlyle ในบทเดิร์ซากลับโดดเด่นกว่าด้วยลุคที่ดูอันตราย
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
Stefen Fangmeier ผู้กำกับที่เคยทำงานด้านวิชวลเอฟเฟกต์มาก่อน สร้างโลกอาลาเกเซียได้สวยงามสมควร โดยเฉพาะฉากภูเขาและป่าไม้ แต่ CGI ของมังกรซาไฟร่าในปี 2006 กลับดูไม่สมจริงเมื่อเทียบกับ 'How to Train Your Dragon' ที่ออกมาหลังจากนั้นไม่กี่ปี ดนตรีประกอบโดย Patrick Doyle มีบางช่วงที่ไพเราะแต่โดยรวมไม่โดดเด่น ฉากแอ็กชันดำเนินเรื่องเร็วเกินไป ทำให้ขาดอารมณ์ร่วม โดยเฉพาะฉากต่อสู้สุดท้ายที่จบลงอย่างรวบรัด
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
ปัญหาหลักของ 'เอรากอน' คือการพยายามเลียนแบบ 'Star Wars' และ 'The Lord of the Rings' มากเกินไป จนขาดตัวตนของตัวเอง โครงเรื่อง เด็กหนุ่มในชนบทพบสิ่งพิเศษ ถูกชักนำโดยพี่เลี้ยงแก่ และต้องต่อสู้กับจักรวรรดิชั่วร้าย เป็นสูตรสำเร็จที่เห็นได้ชัด แต่หนังกลับไม่สามารถเติมเต็มรายละเอียดให้สมจริง นอกจากนี้ การย่อนิยาย 500 หน้าให้เหลือ 104 นาที ทำให้เนื้อเรื่องถูกตัดทอนจนขาดอารมณ์และความลึกซึ้ง การดำเนินเรื่องที่เร่งรีบทำให้ตัวละครรอง เช่น มอร์แท็กและอารยา มีบทบาทน้อยเกินไป ส่งผลให้ผู้ชมไม่รู้สึกผูกพันกับพวกเขา ท้ายที่สุด 'เอรากอน' จึงเป็นหนังที่ดูได้เพลินๆ สำหรับคอแฟนตาซี แต่ไม่ใช่ผลงานที่ควรค่าแก่การจดจำ
สรุป
เหมาะสำหรับคอหนังแฟนตาซีที่อยากดูมังกรบินบนจอแบบเบาสมอง แต่ถ้าคุณคาดหวังมหากาพย์ระดับตำนานอย่าง 'ลอร์ดออฟเดอะริงส์' หรือ 'แฮร์รี่ พอตเตอร์' อาจผิดหวัง หนังดูได้เพลินๆ แต่ไม่ถึงขั้นต้องรีบหามาดู
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +Jeremy Irons แสดงได้โดดเด่น ช่วยยกระดับหนัง
- +โลกแฟนตาซีอาลาเกเซียสร้างได้สวยงามพอใช้
- +มังกรซาไฟร่ามีดีไซน์ที่น่าสนใจ
👎 จุดด้อย
- −บทหนังยืมโครงเรื่องจากตำนานดังมากเกินไป ขาดเอกลักษณ์
- −CGI มังกรและเอฟเฟกต์ดูล้าสมัยในปัจจุบัน
- −การดำเนินเรื่องเร่งรีบ ทำให้ตัวละครขาดมิติ
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ใช่ สร้างจากนิยายชื่อเดียวกันของ Christopher Paolini ที่ตีพิมพ์ในปี 2003
ไม่มี เนื่องจากหนังทำรายได้ไม่ดีพอและถูกวิจารณ์อย่างหนัก ทำให้แผนสร้างภาคต่อ (Eldest) ถูกยกเลิก
หนังเรต PG (ผู้ปกครองแนะนำ) มีฉากต่อสู้และความรุนแรงเบาๆ เหมาะกับเด็กอายุ 10 ปีขึ้นไปที่ชอบแฟนตาซี
ได้ ซาไฟร่ามังกรของเอรากอนสามารถสื่อสารทางจิตกับเขาได้ และมีเสียงพากย์โดย Rachel Weisz